แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1]
1
คัดมาเน้น ๆ เพื่อสายชิลโดยเฉพาะ รวมร้านนั่งชิลสำหรับคอค็อกเทลรสชาติดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอาใจผู้ไม่ถนัดเหล้าเบียร์ พร้อมบรรยากาศแสนสบาย ชวนผ่อนคลายได้ยาว ๆ

อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันร้านกินดื่มในกรุงเทพฯ นั้นมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลากหลายแนวให้เลือกนั่งตามความชอบของแต่ละคน ทว่าในบางวันที่หนุ่ม ๆ ไม่อยากดื่มอะไรหนัก ๆ เพียงแค่อยากจิบค็อกเทล นั่งเหล่สาวแบบเบา ๆ แต่ไม่รู้จะไปนั่งร้านไหนละก็ ถ้างั้นลองมาดูร้านที่เราคัดมาฝากกันก่อนเลยดีกว่าว่า มีร้านไหนเด็ดโดนใจจนต้องตามไปเช็กอินกันบ้าง

1. Teens of Thailand

ร้าน Teens of Thailand เป็นจินบาร์ (Gin Bar) แห่งแรกในประเทศ สถานที่แฮงก์เอาท์เล็ก ๆ ที่บอกเลยว่าร้านดูเจ๋งมาก ๆ ด้วยการตกแต่งตัวร้านในสไตล์วินเทจด้วยภาพเก่า ๆ ที่ผนังร้าน ดูเหมาะเจาะลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเก๋ ให้บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะแก่การแวะมานั่งชิลไปพร้อมกับลิ้มรสเมนูค็อกเทลหลากหลายรสชาติเปลี่ยนเมนูไม่ซ้ำกันทุกวัน เสิร์ฟคู่เมนูอาหารเบา ๆ หลากชนิด เรียกได้ว่าใครที่มาเยือนย่านวงเวียน 22 ต้องไม่ลืมแวะมาที่ร้านแนว ๆ อย่าง “Teens of Thailand” แน่นอน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน เวลา 16.30-00.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์-อังคาร)
ที่อยู่ : เลขที่ 76 ซอยนานา แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

2. Junker and Bar

ร้าน “Junker and Bar” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งนั่งชิลที่หลายคนนิยมมารวมตัวกันที่นี่ เพราะนอกจากจะมีเครื่องดื่มให้เลือกเยอะแล้ว ในส่วนเมนูค็อกเทลของทางร้านก็ทำตามสูตรของตัวเอง ขณะที่ภายในร้านเน้นตกแต่งแบบเรียบง่าย จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้นั่งสบาย ๆ โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโต๊ะและหน้าบาร์ ส่วนเมนูอาหารเน้นเสิร์ฟเมนูง่าย ๆ อย่าง เบอร์เกอร์, ชีสทอด, เฟรนช์ฟรายส์ เข้ากับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์หลักของทางร้านได้อย่างลงตัวสุด ๆ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 14.00-00.00 น.
ที่อยู่ : ถนนสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ

3. เพลินวานพาณิชย์

เอาใจเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มแบบค็อกเทลกันต่อที่ร้าน “เพลินวานพาณิชย์” ตอนสยามซู กับพื้นที่เล็ก ๆ ที่ศูนย์การค้าเดอะสตรีท ถนนรัชดา ภายในร้านตกแต่งเพดานด้วยสังกะสีเก่า ๆ พร้อมกับจัดวางข้าวของเครื่องใช้แบบเก่าแก่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในร้านสไตล์ย้อนยุค แถมยังจัดแบ่งโซนที่นั่งให้เลือกทั้งแบบโต๊ะและโซนเก้าอี้บาร์ โดยนอกจากจะเปิดเป็นร้านอาหารให้คนได้มาลิ้มลองความอร่อยกับเมนูอาหารหลากชนิดแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูเครื่องดื่มค็อกเทลพร้อมบริการให้กับคนไม่ชอบเหล้า-เบียร์อีกเพียบ



เที่ยวกลางคืน ร้านกินดื่มเน้นค็อกเทลท็อปฮิตในเมืองกรุงนั่งเหล่สาวแบบเบา ๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

2
เปิดประสบการณ์ความมันส์ที่ ผับญี่ปุ่น ดีที่สุดในโตเกียว เปิดประสบการณ์ใหม่ชวนไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ ผับญี่ปุ่น ด้วยกันที่สุดยอดไนท์คลับที่ดีที่สุด ในญี่ปุ่น ! บอกเลยว่าทั้งมันส์ ทั้งตื้ด ถ้ามาแล้วรับรองว่าจะติดใจ เปลี่ยนความคิดซะใหม่ว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่เรื่องอาหารและช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีความมันส์ไม่แพ้ประเทศไหนเลยเชียวล่ะ

1. SOUND MUSEUM VISION : สัมผัสสุดยอดดนตรีอิเล็คทริคสุดมันส์
แนวเพลง : Techno, Electric, etc
ใช้เวลาในการเดินเพียงแค่ 5 นาทีจากสถานีรถไฟ Shibuya ก็จะมาถึงจุดหมายแห่งแสงสีและเสียงดนตรีที่มีชื่อว่า SOUND MUSEUM VISION แค่ชื่อก็เท่กินขาดแล้ว ส่วนเรื่องคอนเซ็ปต์นั้นบอกเลยว่าไม่แพ้กัน

SOUND MUSEUM VISION แห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ชั้นใต้ดินส่วนหนึ่งของย่าน Shibuya ที่เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก การออกแบบสามารถสื่อสารออกมาได้หลากอารมณ์ตามความรู้สึกและแนวเพลงที่เล่นในวันนั้น ๆ

ที่สำคัญที่นี่ยังถือเป็นคลับที่มี Custom-made Sound Systems ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งระดับโลกอีกด้วย โดยทางคลับตั้งใจให้ที่นี่เป็นเหมือนพื้นที่อันว่างเปล่าของชั้นใต้ดินที่รอการแต่งเติมด้วยสีสันแห่งความสนุกสนานของเสียงดนตรีจากเหล่าดีเจและจิตวิญาณของผู้มาร่วมงานทุกคน

นอกจากความสนุกที่ได้รับแล้ว เรายังสามารถเสพงานศิลป์ที่ในบางครั้งจะถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่คลับแห่งนี้อีกด้วย นับเป็นสถานที่ที่รวมเอาวัฒนธรรมความสนุกของผู้คนและศิลปะเข้าด้วยกันไว้ได้เป็นอย่างดี

แนวเพลง : Electronic
WOMB คือ ไนท์คลับที่เรียกได้ว่ามีชื่อ ในย่าน Shibuya เพราะเปิดมาตั้งแต่ปี 2000 ประกอบไปด้วยพื้นที่มากถึง 4 ชั้นให้เราได้เข้ามาร่วมสนุกสนานกับเสียงดนตรีในยามค่ำคืน

ที่ชั้น 1 นั้นนับได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเสียงดนตรีอย่างแท้จริง เพราะอัดแน่นไปด้วยระบบเสียงดิจิตอลคุณภาพเยี่ยม พร้อมแสงสีสวยงาม และเลเซอร์ฉายแสงเพื่อสร้างบรรยากาศ ถูกใจเหล่าผีเสื้อราตรีเขาล่ะ

ความพิเศษคือที่นี่มักเชิญ DJ และศิลปินฝีมือดีจากทั่วโลกมาแสดงสด ๆ ที่คลับแห่งนี้เพื่อเป็นการนำเสนอสุดยอดของรูปแบบและแนวดนตรีล่าสุดที่ทันสมัยกว่าใครมาอัพเดทให้ชาวโตเกียวได้มันส์กัน

และแม้ว่าจะเชิญศิลปินจากต่างประเทศมาเล่นแต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับศิลปินหน้าใหม่จากญี่ปุ่น เพราะที่นี่เปิดพื้นที่ให้พวกเค้าได้มาแสดงฝีมือเพื่อพิสูจน์ตัวเองได้ที่นี่

3.ageHa : คลับใหญ่ใจกลางโตเกียว
แนวเพลง : Techo, Electro

ถ้าจะบอกว่า ageHa เป็นไนท์คลับในฝันรูปแบบใหม่ก็คงไม่ผิดเพราะที่นี่นั้นแบ่งออกเป็นหลายส่วนให้เหล่าขาแด๊นซ์ได้มาสนุกกัน เปิดทำการเสิร์ฟความมันส์มาตั้งแต่ปี 2002 แล้ว

คลับแห่งนี้ถือเป็นคลับที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเนื่องจากสามารถจุผู้คนได้มากถึง 2,400 คนทีเดียว เพราะพื้นที่ของคลับครอบคลุมทั้ง outdoor และ indoor เรียกได้ว่าแดนซ์กันได้อย่างจุใจ



เที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ ผับญี่ปุ่น ด้วยกันที่สุดยอดไนท์คลับที่ดีที่สุด ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

3
ทั้งเช้าเย็น ปัญหาหน้าหมองคล้ำ ผิวไม่กระจ่างใส มักเป็นปัญหากวนใจอยู่คู่กับคุณสาวๆ ในทุกสภาพผิวจริงไหมคะ เวลาจะใช้ครีมอะไรทีต้องดูแล้วดูอีก พอใช้แล้วแพ้ หน้าก็พังอีก ออกจากบ้านทีก็ต้องระวังแสงแดดที่แผดเผาให้ผิวสวยๆของเราถูกทำลายจนหมองคล้ำอีก

เพราะเมื่อไหร่ที่ผิวหน้าของเราหมองลง ดูไม่มีออร่า จนทำให้เราขาดความมั่นใจ เราได้รวบรวมวิธีกอบกู้ผิวหน้าหมองคล้ำให้กลับมาดูกระจ่างใส อีกครั้ง โดยคุณสามารถทำได้ด้วยตนเอง

ดูแลผิวให้สวยปิ๊ง วิ๊งกระจายต้องทำอย่างไร

ดื่มน้ำเยอะๆ
การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน หรือวันละ 8 แก้ว จะช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย โดยถูกขับออกมาทางปัสสาวะ เหงื่อ และอุจจาระ เมื่อภายในร่างกายไม่มีสารพิษ ระบบต่างๆ ภายในร่างกายก็จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลต่อรูปกายภายนอก เช่น ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งขึ้น และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังอีกด้วย

ล้างหน้าให้สะอาด
ตลอดทั้งวันผิวหน้าของเราต้องสัมผัสกับสิ่งสกปรกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นควัน รวมทั้ง เครื่องสำอางที่แต่งเติมสีสันบนหน้าสาวๆ ก็เป็นอีกสาเหตุของผิว หน้าหมองคล้ำ ดังนั้น เราควรทำความสะอาดผิวหน้าทุกเช้า-เย็น ด้วยคลีนซิ่ง หรือน้ำสะอาด เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกจากผิวหน้า

บำรุงผิวแบบธรรมชาติ
การสครับ หรือมาส์กประมาณ 15 – 20 นาที หน้าด้วยมะเขือเทศ แตงกวา มะนาว ผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วย กรดผลไม้ ที่ทำหน้าที่เร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้เซลล์ที่ก่อให้ หน้าหมองคล้ำ นั้นหลุดออกไป กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทำงานแทน ช่วยให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื่น แลดูกระจ่างใสขึ้น

นอนหลับให้เพียงพอ
เคยสังเกตไหมคะว่าทุกครั้งที่พักผ่อนน้อยผิวของเรามักดูไม่สดชื่น ดูหมองคล้ำ หรือดูโทรมกว่าปกติ นั่นเป็นเพราะคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่จึงเป็นดีที่สุด ในระหว่างที่เราหลับ ระบบต่างๆ ภายในร่างกายจะปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล เซลล์ทำงานได้เต็มที่ ผิวพรรณก็เปล่งปลั่ง ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ไม่สดใส หรืออาการขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าก็จะไม่มากวนใจอีกเลย

ครีมบำรุงผิวหน้า
เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้มีปัญหาหน้าหมองคล้ำ ต้องหมั่นทาครีมบำรุงเป็นประจำหลังอาบน้ำ หรือล้างหน้า โดยเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูผิว ให้กลับมาขาวกระจ่างใส ลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่เป็นตัวการทำให้ผิวหมอง และปรับสภาพผิวให้กระจ่างใส กลไกการสร้างเม็ดสีเมลานิน กรณีที่เม็ดสีผิวเข้มขึ้นเราเรียกว่า Melanogenesis หรือ Melanin-biosysthesis ซึ่งถ้าทำงานมากหรือน้อยเกินไป ก็อาจเกิดปัญหาสีผิวแตกต่างได้ อาทิ เกิดฝ้า, กระ ,รอยหมองคล้ำ, รอยด่างขาว ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยยับยั้งเม็ดสีเมลานินถือเป็นอีกวิธีที่คงสภาพให้ผิวมีสีที่ดูขาวสดใสเหมือนเดิมค่ะ

มาทำความรู้จักตัวช่วยบำรุงผิวหน้ากันเถอะ

วันนี้ได้มีโอกาสได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ That’So LUMINESCENT CREAM ครีมบำรุงผิวหน้าวุฒิศักดิ์ เพื่อหยุดการผลิตเม็ดสีหมองคล้ำอย่างล้ำลึกผิวกระจ่างใสดูมีออร่าจากภายในด้วย ActivaWhite นวัตกรรมสิทธิบัตรเฉพาะของ That’So ที่จะช่วยยับยั้งกระบวนการผลิตเมลลานินใหม่และยับยั้งการอักเสบของผิวปราศจากสารก่อภูมิแพ้ และแอลกอฮอล์ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวแพ้ง่ายและผิวมัน โดยครีมตัวนี้มีทั้งสูตรกลางวันและสูตรกลางคืนค่ะ

That’So LUMINESCENT DAY&NIGHT CREAM

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวขาวส่วนใหญ่ในท้องตลาดมักใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์รบกวนกระบวนการสร้างเมลานิน พวกสารประกอบของปรอท (mercury compounds) ไฮโดรควิโนน (hydroquinone) ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase ในกระบวนการสร้างเมลานิน ดังนั้นสารประกอบของปรอทจัดเป็นสารอันตรายที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวบาง และเกิดรอยดำบนใบหน้า และอาจทำให้เกิดการสะสมพิษของปรอทซึ่งเป็นโลหะหนักอันตราย ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ ส่วนสารไฮโดรควิโนนทำให้ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาว ผิวไวต่อแสง ผิวแดง และคล้ำดำในที่สุด หรืออาจเกิดฝ้าอย่างถาวรได้ ดังนั้น ทางวุฒิศักดิ์ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงจัดนำตัว That’So LUMINESCENT CREAM ครีมบำรุงผิวหน้าวุฒิศักดิ์ นวัตกรรมสิทธิบัตรเฉพาะของ That’so รับรองได้ว่าปลอดภัยกับทุกสภาพผิว เหมาะกับผู้ที่อยากมีผิวขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ แต่มีความกังวลว่าใช้แล้วจะเกิดอาการแพ้ โดยในเนื้อครีมมีส่วนผสมดังต่อไปนี้



เคล็ดลับผิวขาว หน้าสวยขาวใส ทั้งเช้าเย็น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

4
มื่อพูดถึงครัวสเตนเลสหลายคนคงนึกไม่ออกว่าจะต้องออกแบบอย่างไรให้สวยงาม วันนี้เราเลยเอาแนวทางในการออกแบบเครื่องครัวสเตนเลสมาฝากผู้อ่านทุก ๆ คนเพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางในการออกแบบห้องครัวในฝันกัน

1. เลือกเครื่องครัวสเตนเลสให้เข้ากันตั้งแต่แรก
อะไรก็ตามถ้าเราออกแบบให้เข้ากันได้ตั้งแต่แรกเลย ก็จะทำให้เกิดสวยงามมากกว่าการที่เราไปหยิบเครื่องครัวทีละชิ้น แล้วค่อย ๆ ซื้อมาเพิ่ม คล้ายกับการแต่งตัวถ้าเราซื้อเสื้อผ้ามาทีละชิ้นจะทำให้เลือกสีและเลือกความเข้ากันได้ยากกว่า ดังนั้น หากเราต้องการออกแบบห้องครัวสเตนเลส การที่เราคิดรวมทั้งออกแบบตั้งแต่แรกและซื้อของให้ครบ ให้เข้ากัน เป็นวิธีที่ดีที่สุด

2. การเลือกสีให้ได้อารมณ์ของห้องครัวที่ต้องการ
เครื่องครัวแสตนเลสเป็นสิ่งที่มีความคลาสสิก ดังนั้นสามารถเข้าได้กับห้องครัวทุกสีอยู่แล้ว แต่การเลือกสีของห้องครัวนั้นต้องเลือกตามอารมณ์ของผู้ใช้ห้องครัว หากเราเป็นคนที่แอคทีฟในการทำอาหารหรือใช้ห้องครัวบ่อย การเลือกสีสันสดใสจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นอยากทำอาหารได้มาก แต่ถ้าเราต้องการใช้ห้องครัวเป็นมุมผ่อนคลาย ก็อาจจะเลือกสีอ่อน เป็นต้น

3. การจัดโลเคชั่นของห้องครัวให้เหมาะสมกับผู้ใช้
สิ่งนี้เป็นหลักในการออกแบบที่สำคัญมากที่หลาย ๆ คนมักจะลืมไป การจัดครัวต้องคำนึงถึงลักษณะการใช้เป็นหลัก เช่น ถ้าผู้ที่ใช้ห้องครัวชอบทำกับข้าวก็ควรจัดให้ตู้เย็นอยู่ติดกับโต๊ะปรุงอาหารสแตนเสส และถัดไปเป็นเตาแก๊สที่ไว้ประกอบอาหาร การอยู่ติดกันทำให้คนทำครัวไม่ต้องเคลื่อนไหวไกลมากจนเกินไปและสามารถทำอาหารเสร็จได้เร็วขึ้น เป็นต้น

4. การใช้แสงไฟเพื่อแสดงถึงอารมณ์ความงามและสุนทรียภาพ
หลักการจัดไฟเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้อยู่อาศัย ห้องครัวก็เป็นหนึ่งในห้องที่จำเป็นต้องจัดแสงไฟให้เหมาะสม บางบ้านใช้ห้องครัวเป็นสถานที่ทานข้าวหลักและครอบครัวที่ทำงานอย่างเหนื่อยล้าก็จะมาเจอกันที่นี่ และใช้เป็นสถานที่พูดคุย ดังนั้นการจัดไฟอาจจะเป็นแสงไฟที่ช่วยให้ผ่อนคลายและอบอุ่น แต่ไม่มืดเกินไป จะช่วยลดความเหนื่อยล้าของการทำงานตลอดวันและพูดคุยกันอย่างมีความสุขขึ้น

5. การใช้ลวดลายที่สะท้อนความเป็นตัวในการตกแต่ง
ลวดลายของบ้านสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้มาก เช่น หากผู้อยู่อาศัยชอบความรื่นรมย์ ลวดลายก็จะออกมาเป็นเย็น ๆ พลิ้วไหว แต่หากเจ้าของบ้านชอบความตื่นเต้นเร้าใจ ลวดลายก็จะออกมาแบบปราดเปรียว ห้องครัวก็เช่นกันต้องอย่าลืมเลือกลวดลายที่สะท้อนความเป็นตัวเองมากที่สุด เพราะทุกครั้งที่กลับมาเราจะสุขใจเสมอ

ไม่ว่าเราจะตกแต่งห้องครัวอย่างไร ก็อย่าลืมถึงความจำเป็นและความเหมาะสม อย่าเสียดายสิ่งที่ต้องลงทุนในเรื่องที่จำเป็นและก็อย่าฟุ่มเฟือยมากเกินความจำเป็น การใช้เครื่องครัวสเตนเลสที่ดีสามารถช่วยให้ห้องครัวอยู่ไปนานหลายสิบปีและเป็นห้องครัวที่ทันสมัยอยู่เสมออีกด้วย





แนวทางการออกแบบครัว สำหรับเครื่องครัวสเตนเลส ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

5
เรียกได้ว่ามุมนั่งเล่น เป็นอีกหนึ่งมุมรวมตัวของสมาชิกในบ้าน และยังเป็นพื้นที่ไว้รองรับแขกผู้มาเยือนอีกด้วย ห้องนั่งเล่นในที่นี้อาจจะเป็นห้องๆ หนึ่ง หรืออาจจะเป็นมุมใดมุมหนึ่งของบ้านแล้วจัดให้เป็นมุมนั่งเล่นก็ได้ ไอเดียวันนี้จึงขอเสนอมุมนั่งเล่นสวยๆ หลายสไตล์ที่ดูแล้วทำตามได้ไม่ยาก เอาไว้เป็นแรงบันดาลใจในการจัดมุมดีๆ สำหรับการพักผ่อนให้กับครอบครัวได้อีกด้วย

Cr.regardsetmaisons

มุมนั่งเล่นให้เป็นสัดส่วนแต่ยังคงรู้สึกโล่งสบายแฝงความรู้สึกเรียบโก้ ด้วยการทำประตูบานเลื่อน วางเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นแต่เน้นการพักผ่อน ทำให้ช่วงเวลาของการดูหนังโปรดสักเรื่องเปี่ยมไปด้วยความสุขแบบเป็นส่วนตัว

Cr.Paula Moreno

สีขาวเหมาะสำหรับมุมนั่งเล่นที่มีพื้นที่น้อย เพราะความสว่างของสีขาวจะช่วยลวงตา ทำให้ห้องนั่งเล่นดูกว้างขึ้น

Cr.homeadvisor

ถ้ามีพื้นที่มากพอ อาจจะทำมุมเล็กๆ แยกออกไปจากโต๊ะชุดใหญ่ สำหรับคุยธุระหรือเรื่องส่วนตัว ที่ไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ หรือพักผ่อนเงียบๆ คนเดียว ใช้เวลากับตัวเองบ้างก็ดี

Cr.Bobbye Wolfe

ถ้าคุณไม่ได้ชอบสีใดสีหนึ่งเป็นพิเศษ ก็อาจจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายสวย สร้างความน่าสนใจให้ห้องนั่งเล่นได้เหมือนกัน

Cr.Google

แต่งด้วยของง่ายๆ สีอ่อนๆ เรียบๆ อย่างเช่น โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ แบบที่ไม่มีลวดลาย หรือสีสันให้ปวดตา แต่เน้นเรื่องคุณภาพที่สามารถใช้งานได้ในระยะยาวดีกว่า

Cr.instagram

คุณอาจจะเลือกเติมความสดชื่นให้มุมนั่งเล่นด้วยต้นไม้ ต้นไม้ขนาดเล็ก อย่างเช่น ต้นพลูด่าง ต้นออมทอง หรือไม้ขนาดกลาง อย่างเช่น เฟิร์น หรือไผ่เล็ก หรือต้นหมากก็ได้ค่ะ

Cr.nikki yazxhi

เก้าอี้แขวนกำลังเป็นที่นิยม จะเลือกทั้งทีก็ต้องเป็นของดีที่สุด และตกแต่งสีขาวดูบ้าง นอกจากห้องจะดูสว่าง ยังดูสะอาดสดใสขึ้นด้วย



ไอเดียจัด เฟอร์นิเจอร์ มุมนั่งเล่นในบ้านสวยๆหลายสไตล์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

6
เน็ตมาร์เบิ้ลเพิ่มโหมดกิจกรรมใหม่ “คำเชิญจากเหล่ายอดฝีมือ” เอาใจขาไฟท์

– พบ “ออร์ลี่” อัศวินเวทย์คนใหม่แห่งไนท์โครว

– รับ 500 รูบี้และรางวัลอื่นๆ กันให้จุใจในกิจกรรมกล่องแห่งเวลา

เน็ตมาร์เบิ้ลเกมส์ประกาศอัปเดตครั้งใหญ่ของเกม Seven Knights ที่จัดหนักจัดเต็มด้วยโหมดใหม่ “คำเชิญจากเหล่ายอดฝีมือ” ให้เหล่าผู้กล้าได้มาท้าประลองกับอัศวินยอดฝีมือจากชาติต่างๆ พร้อมด้วยอัศวินพิเศษคนใหม่แห่งไนท์โครว “ออร์ลี่” ที่จะมาทำให้โลกแห่ง Seven Knights ต้องสั่นสะเทือน

สำหรับโหมด “คำเชิญจากเหล่ายอดฝีมือ” นั้นจะเป็นดันเจี้ยนพิเศษที่มีอัศวินยอดฝีมือจากชาติต่างๆ คือ ไทย (พยัคฆ์เมฆา) ไต้หวัน (มิโฮะ) อเมริกา (เอมิเลีย) และอินโดนีเซีย (โรโร) ผู้ที่สามารถโค่นยอดฝีมือเหล่านี้ลงได้จะได้รับเหรียญที่สามารถนำไปแลกอัศวินลับได้ถึง 8 คน แลกเครื่องประดับ “แหวนแห่งความมุ่งมั่นระดับสูง” หรือรางวัลอื่นๆ ได้อีกมากมาย

ทางด้าน “ออร์ลี่” อัศวินพิเศษคนใหม่นี้ เธอคืออัศวินแห่งไนท์โครวที่ปรากฏตัวเป็นคนแรกนับตั้งแต่แทโอและคาร์ล เฮรอน ออร์ลี่คือผู้นำเหล่านักรบแห่งศาสนาที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ถึงภูมิหลังของเธอ และเธอจะมาร่วมทัพในฐานะอัศวินประเภทเวทย์ในโหมด PVP

นอกจากนี้ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับความเปลี่ยนแปลงของระบบครั้งใหญ่ มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ผู้เล่นได้รับค่าสถานะสูงสุดไม่ว่าจะเลือกใส่คอสตูมชุดใดก็ตาม เพิ่มระบบการต่อสู้กับเพื่อนในกิลด์ให้ได้ซ้อมประลองฝีมือกัน รวมถึงมีการขยายคลังและช่องเก็บอุปกรณ์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้เล่นอีกด้วย

และเมื่อมีอัปเดตใหญ่ ทาง Seven Knights ก็ได้เตรียมกิจกรรมและรางวัลอีกมากมายมาแจกให้ผู้เล่นกันอย่างจุใจ ทั้งกิจกรรมกล่องแห่งเวลาที่ผู้เล่นจะได้รับ 500 รูบี้, ชิ้นส่วนปลุกพลัง (อัศวิน) 100 ชิ้น และใบเลือกธาตุ 4 ดาวอีก 2 ใบ และยังมีโอกาสได้รับออร์ลี่ 4 ดาวจากการเล่นกิจกรรมการเรียกแบบสเต็ปอัพได้ถึงขั้นที่ 7 รวมถึงรับใบเลือกอัศวิน 6 ดาวเมื่อปลุกพลังออร์ลี่สำเร็จ



เกมออนไลน์ Seven Knights เปิดตัว “ออร์ลี่” อัศวินคนใหม่แห่งไนท์โครว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/เกมออนไลน์/

7
ข้อมูลเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่สนใจเลี้ยงปลาคาร์ฟ ปลาคาร์ฟเป็นปลาที่มีความเชื่อง เลี้ยงง่าย และยังได้รับความนิยมเลี้ยงในหมู่คนรักปลาสวยงาม

ปลาคาร์ฟจัดว่าเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากผู้เลี้ยงปลาสวยงามมานาน เนื่องจากเป็นปลาที่มีความเชื่อง เลี้ยงง่าย สวยงาม และยังเป็นที่ต้องการของผู้เลี้ยงปลาสวยงามทั้งในและนอกประเทศ มีหลากหลายราคา ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะ สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะเลี้ยงปลาคาร์ฟ วันนี้น้องแมวสีเทาก็มีข้อมูลการเตรียมความพร้อมมาฝากเพื่อนๆ ค่ะ

• การเลือกซื้อปลาคาร์ฟ

การที่เราจะหาปลาคาร์ฟมาเลี้ยง ควรมองหาลูกปลาที่มีอายุ 1-2 ปี มาเลี้ยง ไม่ควรนำปลาคาร์ฟขนาดใหญ่มาเลี้ยง และไม่ควรนำปลาชนิดอื่นมาเลี้ยงรวมกันกับปลาคาร์ฟ เพราะอาจนำเชื้อโรคมาให้ปลาคาร์ฟได้

• ขนาดของพื้นที่ที่จะใช้เลี้ยงปลา

ผู้เลี้ยงที่ตัดสินใจจะเลี้ยงปลาคาร์ฟ ควรเริ่มต้นด้วยการขุดบ่อขนาด 80×120 ลึก 50 เซนติเมตร มีสะดือที่ก้นบ่อขนาด 1×2 ฟุต ลึกประมาณ 4-6 นิ้ว เพื่อไว้เป็นที่เก็บขี้ปลาและสิ่งสกปรก รวมถึงติดตั้งระบบถ่ายเทน้ำเสีย เพื่อช่วยให้น้ำในบ่อสะอาดอยู่ตลอดเวลา สำหรับบ่อที่จะใช้เลี้ยงปลาคาร์ฟควรเป็นบ่อซีเมนต์ เพราะสามารถดัดแปลงเป็นบ่อธรรมชาติได้ง่าย มีตะไคร่น้ำเกิดและเกาะได้เร็ว ซึ่งตะใคร่น้ำนั้นจะเป็นอาหารที่ดีของปลา สามารถดูดสิ่งสกปรก และแอมโมเนียที่อยู่ในน้ำได้อีกด้วย บ่อควรจะตั้งอยู่ในที่ที่มีร่มเงาต้นไม้ใหญ่ ให้ความร่มรื่นพอสมควร อย่าให้อยู่กลางแจ้ง เพราะจะทำให้ปลามีสีสันจืดจางลง และยังโตช้าลงด้วย

• การเตรียมน้ำเพื่อเลี้ยงปลา

น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำประปา จะดีกว่าน้ำชนิดอื่น เพราะน้ำประปามีสภาพเป็นกลาง ถ้าใช้น้ำฝนจะทำลายสีของปลา และปลาอาจเกิดโรคได้ง่าย ส่วนน้ำจากแม่น้ำลำคลองก็ไม่เหมาะ เพราะมีเชื้อโรคที่สร้างอันตรายกับปลาได้ หากไม่มีน้ำประปา ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อและเติมปูนขาวเพื่อปรับสภาพน้ำจากกรดให้เป็นกลางเสียก่อน แล้วค่อยนำมาใช้เลี้ยงปลาได้ ทางที่ดีต้องติดตั้งระบบหมุนเวียนของน้ำและเครื่องพ่นน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้น้ำในบ่อได้ถ่ายเทอยู่ตลอดเวลา และมีออกซิเจนที่เพียงพอต่อปลาด้วย

• การให้อาหาร

ผู้เลี้ยงควรให้อาหารไม่เกินวันละ 2 เวลา คือ เช้ากับเย็น ข้อควรจำในการให้อาหาร คือ ต้องให้ตามเวลา เพื่อให้ปลาเกิดความเคยชินและเชื่องกับผู้เลี้ยง อาหารต้องกะให้พอเหมาะกับจำนวนปลา ไม่น้อยหรือมากเกินไป ทั้งนี้ ต้องคอยสังเกตว่าปลากินอาหารอย่างไร ถ้าอาหารหมดเร็ว แสดงว่าปลายังต้องการอาหารเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มลงไปได้อีกเล็กน้อย แต่ถ้าอาหารยังลอยน้ำอยู่ ก็ให้รีบตักออก เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะทำให้น้ำเสียเร็ว




อยากเลี้ยง ปลาสวยงาม อย่างปลาคาร์ฟต้องทำอย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/

8
ร้านดนตรีสด เพลงเพราะ บรรยากาศชิล เพราะในทุกวันเราต้องเคร่งเครียดกันอยู่หน้าจอคอมฯ พอตกเย็นวันศุกร์ ก็พลาดไม่ได้ที่จะมองหาร้านออกไปแฮงค์เอาท์ ด้วยการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เหมาะกับการรวมตัวกันของครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้ใจอีกด้วย และในวันนี้เราขอแนะนำ ร้านน่านั่งชิลล์ สังสรรค์

1. 4 Dinner Bar & Restaurant
ร้านอาหาร ฟอร์ดินเนอร์ ( 4 Dinner Bar & Restaurant ) ร้านอาหารย่านเกษตรนวมินทร์ – เลียบทางด่วนรามอินทราเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบร้านนั่งชิลล์ บรรยากาศดีๆ เหมาะสำหรับแฮงค์เอาท์จากการทำงาน นั่งคุยพบกันในกลุ่มเพื่อนฝูง หรือจะเลือกร้านนี้เป็นร้านร้านนัดเดทของคุณก็ได้ ภายในร้านจะแบ่งโซนออกทั้งหมด 4 โซน 4 สไตล์ โดยแต่ละโซนจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป มีทั้งโซน Indoor และ Out door และภายในร้านยังมีดนตรีสดเพราะๆ คอยขับกล่อมงให้ลูกค้าฟังในทุกค่ำคืน ภายในร้านยังมีบริการจำหน่ายไวน์คุณภาพดีที่นำเข้ามาจากหลากหลายประเทศอีกด้วย

2. Parking Toys Pub & Restaurant

ปาร์คกิ้งทอยส์ผับแอนด์เรสเตอรองท์ ( Parking Toys Pub & Restaurant ) ร้านอาหารบรรยากาศเยี่ยม ความโดดเด่นอยู่ที่บรรดาเฟอร์นิเจอร์เก่าและของตกแต่งร้านเท่ๆ ที่เจ้าของร้านสะสมนำเอามาจัดวางไว้ให้พวกเราได้ชื่นชมกัน โดยสไตล์การแต่งร้านจะเป็นยุคซิกซ์ตี้ มีดนตรีเล่นทุกวัน สามารถโทรจองโต๊ะได้หลัง 12.00 น.เป็นต้นไป เหมาะสำหรับการมานั่งประทานอาหาร ฟังเพลงในบรรยากาศชิลล์ๆ

3. The Nest Bar

เดอะเนสท์บาร์ ( The Nest Bar ) เลานจ์บาร์ชั้นดาดฟ้าของโรมแรมเลอฟีนิกซ์ เป็นบาร์ Open Air เปิดโล่งเหมาะสำหรับชมวิวบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร ที่บาร์มีคอนเซ็ปต์ว่า นกบินกลับรัง จึงมีการออกแบบตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้โค้งมนคล้ายกับรังนก มีโซนจำลองคล้ายชายหาดมีโซฟาเบทตัวใหญ่ตั้งอยู่บนทรายเม็ดละเอียดรอคอยให้คุณได้สัมผัส นั่งจิบเครื่องดื่มสูตรพิเศษของร้านพร้อมนั่งชมวิวยามเย็นของท้องฟ้าสุขุมวิท บรรยากาสโรแมนติกเหมาะสำหรับดินเนอร์กับคนรัก หรือสังสรรค์นั่งชิลล์กับเพื่อนในโอกาสต่างๆ ร้าน The Nest Bar


เที่ยวกลางคืน ทางด่วนรามอินทราเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบร้านนั่งชิลล์ บรรยากาศดีๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

9
สำหรับใครที่เหนื่อย เครียด จากการเรียนหรือการทำงานมาตลอดทั้งวันอยู่ละก็ ลองมาดูสถานที่ผ่อนคลายกับร้านเหล้าบรรยากาศดี ๆ ที่กระปุกดอทคอมได้คัดมาฝากเป็นตัวเลือกให้แวะเดินทางไปผ่อนคลายกันก่อนดีกว่า รับรองได้ว่าแต่ละร้านโดนใจ ทั้งบรรยากาศ เครื่องดื่ม และอาหารภายในร้านอย่างแน่นอน ส่วนจะมีที่ไหนบ้างตามไปดูกันเลย

ร้าน In The Mood For Love ONE

มาเริ่มต้นกับร้านอาหารญี่ปุ่น สไตล์คลาสสิก ที่ตกแต่งร้านให้น่านั่งด้วยการดึงแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์จีนชื่อ “In The Mood For Love” มาตกแต่งให้มีกลิ่นอายของเมืองเซี่ยงไฮ้ ในยุค 70 รวมทั้งของที่ใช้ตกแต่งก็ยังเป็นของเก่าซะเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่นั่งมีให้เลือกทั้งชั้นล่างของร้านที่โดดเด่นด้วยบาร์เครื่องดื่มและชั้น 2 ที่ชวนให้นั่งกินดื่มได้เรื่อย ๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เลือกทานคู่กับอาหารทั้งเบียร์, ไวน์, ค็อกเทล นำเข้าจากต่างประเทศอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน รอบกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น. และรอบเย็นเวลา 17.30-24.00 น.

ร้าน Paulaner Garden

ร้านอาหารกึ่งบาร์ ที่ตกแต่งออกมาได้อย่างสวยงาม น่าไปเยือน เพราะด้วยความโดดเด่นของบ้านหลังเก่าอายุกว่า 100 ปี พร้อมด้วยการจัดสวนสวย ๆ บริเวณโดยรอบของตัวบ้าน สามารถเลือกนั่งชิลได้ทั้งในและนอกบ้าน โดยแบ่งเป็นห้องทานอาหาร และห้องคาราโอเกะ และกลางสวนสวย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศโปร่งโล่งสบาย ตัวที่นั่งออกแบบให้เป็นเก้าอี้ยาว ซึ่งนอกจากบรรยากาศที่โดนใจแล้ว ที่นี่ยังมีเบียร์ดัง ๆ จากประเทศเยอรมนีให้เลือกดื่มด้วย ซึ่งเข้ากันได้ดีกับอาหารยุโรป, อาหารไทย และของหวาน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน ช่วงเช้า เวลา 10.00-15.00 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00–24.00 น.

ร้าน Mellow Garden Wine&Dine Restuarant

คุณกำลังมองหาร้านนั่งจิบไวน์ชิล ๆ กันอยู่หรือเปล่า ? ถ้าอย่างนั้นเราขอแนะนำร้าน Mellow Garden Wine&Dine Restuarant ร้านอาหารกึ่งบาร์บรรยากาศดี ตั้งอยู่บนถนนเกษตร-นวมินทร์ โดยตกแต่งร้านได้สวยงามในสไตล์โมเดิร์น ตัวร้านเน้นโทนสีขาว-ดำ เหมาะสุด ๆ สำหรับงานดินเนอร์คู่รัก รวมทั้งนัดพบปะเพื่อนฝูง พร้อมเมนูอาหารโฮมเมดอร่อยล้ำทั้งอาหารไทยและนานาชาติ ส่วนเครื่องดื่มก็มีโซนบาร์ให้เลือกนั่งดื่มมากมายทั้งไวน์, เหล้า และค็อกเทล เป็นต้น


เที่ยวกลางคืน ร้านเหล้าบรรยากาศดี เย็นนี้ห้ามพลาด ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

10
รูขุมขนกว้าง ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียบเนียน ทั้งยังเป็นจุดด้อยอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้เสมอไป ซึ่งเราก็ได้รวบรวมวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหารูขุมขนกว้าง และกระชับรุขุมขนให้ผิวหน้ามีความเรียบเนียนมากขึ้นมาฝากกัน รับรองว่าให้ผลลัพธ์ที่โดนใจแน่นอน

ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามส่วนใหญ่ จะแนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำที่อุณหภูมิปกติ แต่สำหรับกรณีรูขุมขนกว้างนั้น ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นมากกว่า เพราะจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึกมากขึ้น และสามารถกระชับรูขุมขนให้แคบลงได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ควรล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวและมีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอนั่นเอง

มาสก์หน้าเฉพาะจุด

สำหรับใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้างเป็นจุดๆ ไม่สม่ำเสมอ สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการมาสก์หน้าเฉพาะจุด โดยการมาสก์หน้าจะช่วยซับเอาความมันบนใบหน้าให้น้อยลงไป และทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนได้อย่างหมดจด ซึ่งเมื่อทำบ่อยๆ ปัญหารูขุมขนกว้างก็จะหมดไปแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ควรเลือกครีมมาสก์หน้าที่มีความปลอดภัยด้วย เพื่อป้องกันการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นนั่นเอง

ทาครีมกันแดดเสมอ

แสงแดดที่เจิดจ้าเกินไป ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นเช่นกัน ดังนั้นก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ควรทาครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกันรังสี UVA และ UVB เสมอ และอาจใส่หมวกปีกกว้างเพื่อป้องกันไม่ให้แสงแดดกระทบกับผิวหน้าโดยตรง เท่านี้ก็ไม่ทำให้รูขุมขนกว้างไปกว่าเดิมแล้ว แถมสารบำรุงในครีมกันแดดก็จะช่วยกระชับรูขุมขนให้แคบลงได้อีกด้วย

ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

การบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนช่วยในการกระชับรูขุมขนโดยเฉพาะ จะช่วยให้รูขุมขนแคบลงและเพิ่มความเรียบเนียนให้กับผิวได้เป็นอย่างดี และเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น แนะนำให้ทาครีมบำรุงผิวหลังจากล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ เพราะผิวจะสามารถซึมซับการบำรุงจากเนื้อครีมได้ดีที่สุด

วิธีเหล่านี้ อาจไม่สามารถแก้ปัญหารูขุมขนกว้างได้ 100% แต่ก็จะช่วยให้รูขุมขนแคบลงอย่างเห็นได้ชัด และสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของใบหน้าที่มีความเรียบเนียนยิ่งขึ้น สำหรับใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ก็ลองทำตามวิธีเหล่านี้กันดู รับรองว่าให้ผลลัพธ์ที่โดนใจแน่นอน นอกจากนี้ ในวันที่แต่งหน้า ก็ควรล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง ห้ามนอนทั้งที่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยเครื่องสำอางเด็ดขาด

 
กระชับรูขุมขน อย่างไรดี? เมื่อมีปัญหารูขุมขนกว้าง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/รูขุมขนกว้างวุฒิศักดิ์/

11
ถ้าให้คุณเลือกกิน อาหารไทย ที่มีรสชาติจัดจ้าน จี๊ดจ๊าด สักหนึ่งเมนู คุณจะเลือกกินเมนูไหนเป็นอันดับแรกคะ? อ๊ะ อ๊ะ คงมีหลายเมนูจนเลือกกันไม่ถูกกันเลยใช่ไหม? ก็เพราะอาหารไทยในบ้านเรานั้นอร่อยแทบทุกเมนู เอาเป็นว่าวันนี้เราได้คัดเลือกเมนูสุดฮอตที่คนไทยนิยมกิน พร้อมวิธีทำมาฝากแล้วค่ะ จะมีเมนูที่เพื่อนๆ คิดกันไว้บ้างหรือเปล่าน้า…

1.ยำวุ้นเส้น

หากใครหิวจนทนไม่ไหว เราขอแนะนำเมนูยำวุ้นเส้นไปเลยค่ะ ใช้เวลาเพียงแป๊บเดียวก็ได้กินแล้วรวดเร็วทันใจ เครื่องปรุงไม่เยอะ วัตถุดิบก็หาง่าย จับนู่นจับนี่มาลวก ใส่เครื่องปรุง คลุกให้เข้ากันเป็นอันจบ จะวัยไหนก็กินได้

วัตถุดิบ

วุ้นเส้น 1 ห่อ
หมูสับ 50 กรัม
กุ้งขนาดกลาง 10 ตัว
พริกขี้หนูหั่นหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
หอมหัวใหญ่หั่น 1 ลูก
ขึ้นฉ่ายหั่นชิ้น 2 ต้น
มะเขือเทศหั่นชิ้น 2 ลูก
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2½ ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

อันดับแรก ต้มน้ำให้เดือด ลวกหมูสับ กุ้ง เสร็จแล้วตักขึ้นมาพักไว้ในถ้วย ต่อด้วยลวกวุ้นเส้นจนสังเกตเห็นว่าเส้นใส ใช้นิ้วจิ้ม ถ้านุ่มแล้วรีบตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ อย่าลวกจนอืดนะคะ เดี๋ยวจะหมดความอร่อยได้

เมื่อลวกทุกอย่างสุกหมดแล้ว ถึงขั้นตอนการทำน้ำยำแล้วค่ะ เตรียมชามใบใหญ่ใส่พริก น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล คลุกทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่มะเขือเทศหั่นชิ้น หอมหัวใหญ่ กุ้ง หมูสับ และวุ้นเส้นลงไปในชาม คลุกให้เข้ากันอีกครั้ง โรยขึ้นฉ่ายปิดท้ายเป็นอันเสร็จ ตักใส่จานแล้วกินได้เลยจ้า

2.หมูมะนาว

เมนูนี้เหมาะสำหรับกินเล่น หรือกินเรียกน้ำย่อยก่อนมื้ออาหารค่ะ ถือเป็นเมนูรองท้องมากกว่าที่จะนำมากินกับข้าว พูดถึงเมนูนี้ขึ้นมาทีไรเป็นอันต้องน้ำลายไหลโดยอัตโนมัติ เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายต้องการความแซ่บ ก็อดคิดถึงเจ้าหมูมะนาวนี้ไม่ได้ อย่ารอช้าดีกว่าค่ะ มาเตรียมของให้พร้อมแล้วลงมือทำ
กันเลย

วัตถุดิบ

เนื้อหมูสไลด์บาง 300 กรัม
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
มะนาวหั่นซีก 3 ลูก
กระเทียมจีนหั่นหยาบ 1 หัว
พริกขี้หนูสับ 6 เม็ด
ก้านคะน้า

วิธีทำ

หากอยากทำเมนูรสชาติจี๊ดจ๊าดแต่เรียบง่าย เราขอแนะนำเมนูนี้ให้เป็นตัวเลือกของคุณเลยดีกว่าค่ะ เริ่มจากนำชิ้นหมูไปลวกแค่พอสุกเตรียมไว้ก่อน เสร็จแล้วสลับมาทำน้ำราด นำน้ำตาล น้ำปลา พริกซอย กระเทียมหั่นหยาบ และน้ำมะนาวมาผสมให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้หากใครชอบรสชาติเผ็ดแซ่บก็เพิ่มระดับกันตามใจชอบนะคะ จากนั้นหั่นก้านคะน้าในแนวเฉียง นำไปแช่น้ำเย็นไว้สักพักเพื่อความกรอบ

เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เรามาลงมือจัดจานกันได้เลยค่ะ วางก้านคะน้ารองจานเป็นอันดับแรก ตามด้วยหมู และราดน้ำที่เราปรุงไว้ลงบนเนื้อหมูก็เป็นอันเสร็จค่ะ และนี่ก็คือเมนูหมูนาวที่ทำง่ายภายในเวลาอันรวดเร็วค่ะ เรียกเพื่อนๆ มาชิมความแซ่บกันเลยดีกว่า

3.ต้มซุปเปอร์ขาไก่

ว่าด้วยเรื่องอาหารรสจัดจ้านแล้วละก็ ซุปเปอร์ขาไก่ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนะคะ ใครหลายคนต่างก็ติดใจในความเปื่อยของขาไก่ แถมเป็นเมนูอันดับต้นๆ ที่ทุกคนต้องคิดถึงเมื่อร่างกายโหยหาความเผ็ดแซ่บ เราเชื่อว่ามีบางคนประสบปัญหากับเมนูนี้ในเรื่องของการแทะขาไก่ หากไปกินตามร้านเราต้องคอยรักษาภาพลักษณ์กันสักนิด ซึ่งความอร่อยก็จะลดลงตามไปด้วย ไม่ถึงอกถึงใจเอาซะเลย ถ้าอย่างนั้นเรามาตัดปัญหาด้วยการทำกินเองดีกว่าค่ะ จะมีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้างเราไปดูกันเลย

วัตถุดิบ

น้ำเปล่า
ตะไคร้บุบพอแตก
ข่าหั่นแว่น
หอมใหญ่หั่น
เกลือป่น
ขาไก่
เครื่องต้มยำสำเร็จรูป
ใบมะกรูดฉีก
พริกสดหั่น
ผักชีฝรั่งหั่นท่อน

วิธีทำ

เป็นอีกเมนูที่ทำง่ายๆ กระบวนการทำไม่ซับซ้อนเลยค่ะ เริ่มจากเตรียมน้ำหม้อพอประมาณ ตั้งไฟรอจนน้ำเดือด เมื่อเดือดได้ที่แล้วใส่หอมใหญ่ ข่า ตะไคร้ เกลือเล็กน้อย ตามด้วยขาไก่ และปิดฝารอให้เดือด ชอบความเปื่อยมากน้อยแค่ไหนก็กะเวลาเอาตามชอบเลยค่ะ พอขาไก่ของเราเปื่อยได้ที่แล้ว ให้ใส่ใบพริกสด มะกรูด และผักชีฝรั่งลงไป คนสัก 2-3 รอบ แล้วจึงตักใส่ถ้วย เท่านี้ก็พร้อมซดน้ำซุปแซ่บๆ ขาไก่เปื่อยๆ แล้วจ้า


รวม เมนูอาหาร ไทยสุดแซ่บถูกปากคนไทยอร่อยแทบทุกเมนู ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

12
ห้องสุขาเป็นห้องที่เราต้องใช้งานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายหนักหรือถ่ายเบา สำหรับบางคนห้องสุขาเป็นมากกว่าห้องสำหรับขับถ่าย ถ้ามีหนังสือสักเล่มหรือสมาร์ทโฟนสักเครื่องละก็ เราสามารถนั่ง ชักโครก ได้เป็นชั่วโมง ตามชื่อของมันเลย “ห้องสุขา” แน่นอนเรามีความสุขกับการขับถ่ายนี่นา

ขณะที่บางคนกลับยี้ ไม่อยากอยู่ในห้องน้ำนานๆ เพราะกลัวเชื้อโรค ยิ่งบั้นท้ายสัมผัสกับสุขภัณฑ์นานๆ ยิ่งรู้สึกถึงความเสี่ยงที่จะเกิดโรค นั่นเป็นความคิดที่ถูกต้อง ฝารองนั่งชักโครกโดยเฉพาะห้องน้ำสาธารณะอุดมไปด้วยเชื้อโรคตัวร้ายอย่าง เชื้อรา แบคทีเรีย พยาธิชนิดต่างๆ ที่ทำให้เราเกิดอาการไข้หวัด ท้องร่วง ท้องเสีย หรือแม้แต่โรคติดเชื้อทางช่องคลอด ทั้งหลาย โอ๊ยยยยยย…ยิ่งคิดก็ยิ่งสยอง

ทว่า… ดร.รอน คัตเลอร์ ผู้อำนวยการคณะวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยควีนแมรี่ ประเทศอังกฤษเผยว่า จริงๆ ห้องน้ำและชักโครกอันแสนมอมแมมนั้นมีแบคทีเรีย 80 ตัวต่อตารางนิ้วเท่านั้น ซึ่งถือว่ายังสะอาดกว่าบางสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราด้วยซ้ำไป ใครจะไปคิดว่าข้าวของเครื่องใช้บางอย่างของเรานี่แหละ มีเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

1.โทรศัพท์และแท็บเล็ต
ชักโครกน่ะเบบี้ไปเลยเมื่อเจอกับโทรศัพท์มือถือที่เราใช้กัน ถ้าเทียบกันกับฝารองนั่งชักโครกแล้วโทรศัพท์มือถือสกปรกกว่าเป็นไหนๆ มือถือของเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเรานี่แหละที่ใช้มือถืออยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะกินข้าว เข้าห้องน้ำ มือที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนอาหาร สิ่งสกปรกที่จับถือติดมือมา เหงื่อที่ออกจากฝ่ามือ ไหนจะเวลาที่เราวางมือถือไว้กับข้าวของบางอย่างที่สกปรก วันแล้ววันเล่ามือถือที่ไม่เคยได้รับการดูแลทำความสะอาดก็หมักหมมเต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย

มหาวิทยาลัยแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า โทรศัพท์มือถืออาจจะสกปรกกว่าฝารองนั่งชักโครกสาธารณะถึงกว่า 10 เท่า และแท็บเล็ตอาจจะสกปรกมากกว่าถึง 20 เท่า จากการวิจัยพบเชื้อโรคมากกว่า 17,000 ชนิดบนสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่อง ที่น่าตกใจกว่านั้นพบเชื้อโรคอันตรายทั้ง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่างๆ เชื้ออีโคไล (E. coli) ที่ทำให้ท้องร่วง สเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) สาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด

อ่านบทความนี้เสร็จอย่าลืมทำความสะอาดโทรศัพท์กันล่ะ ใช้น้ำยาทำความสะอาดมือถือ โดยเฉพาะหรือทิชชู่เปียกเช็ดก็ได้ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ปล่อยให้ลูกๆ เล่นมือถือ พึงสังวรณ์ไว้ว่าเด็กๆ กำลังเสี่ยงกับเชื้อโรคอันตรายอยู่นะ

2.คีย์บอร์ด
จากการสำรวจคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์นั้นสกปรกกว่าชักโครกถึง 40 เท่า ด้วยซอกมุมที่มีอยู่มากมายนั้นเป็นแหล่งสะสมฝุ่น เชื้อรา แบคทีเรีย และพยาธิได้เป็นอย่างดี อีกสาเหตุเพราะคีย์บอร์ดได้รับการสัมผัสกับมือของเราโดยตรง การไม่ทำความสะอาดคีย์บอร์ด การไม่ล้างมือก่อนและหลังการใช้งาน ทำให้คีย์บอร์ดอันตรายกว่าที่เราคิด แถมอุณหภูมิอุ่นๆของคีย์บอร์ดนั้นยังเหมาะกับการเติบโตของเชื้อโรค รวมทั้งแมลงพาหะ อย่างมด ไร หรือแมลงตัวเล็กๆ ชนิดอื่นอีกด้วย

3.หูฟัง
ทั้งหูฟังแบบสวมครอบและแบบใส่เข้าไปในรูหู ส่วนใหญ่หูฟังมักไม่ใช่สิ่งที่คนเราใส่ใจความสะอาดของมันนัก ถ้าสังเกตดีๆ โดยเฉพาะหูฟังแบบ In ear ก็จะเห็นว่าข้างในกรวยยางมีคราบขี้หูเหลืองๆ เข้าไปติดเกรอะกรัง นานวันเข้าเจ้าขี้หูในหูฟังก็จะจับฝุ่น เหงื่อ เชื้อรา และเชื้อโรคต่างๆ ไว้ แล้วเราเองนี่แหละที่พามันเข้าไปในหูอันแสนบอบบางของตัวเอง เดิมรูหูของคนเราเป็นแหล่งเจริญเติบโตชั้นดีของแบคทีเรียตัวร้ายอยู่แล้ว การสวมใส่หูฟังที่มีความร้อน อับ ยิ่งส่งเสริมให้เชื้อโรคเหล่านี้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น และกลุ่มเสี่ยงที่มีสิทธิป่วยจากเชื้อโรคสะสมในหูฟังมากกว่าคนอื่น คือ คนที่มีกิจกรรมเป็นเหตุให้เหงื่อออกมากขณะสวมหูฟัง เช่น คนที่ออกกำลังกายไปด้วยสวมหูฟังไปด้วย

เชื้อโรคเหล่านี้นำไปสู่การติดเชื้อและนำมาซึ่งโรคภัยต่างๆ ได้ เช่น มีสิวในหู เป็นฝี หูบวมแดง คัน มีน้ำเหลืองไหล หนองในหู การอักเสบในช่องหู ซึ่งเป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานเป็นอย่างยิ่ง นอกจากต้องหมั่นดูแลความสะอาดของหูฟัง การใช้หูฟังร่วมกับคนอื่นก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอีกด้วย

4.ตะเกียบ
ใครจะคิดว่าตะเกียบอันเล็กๆ จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แต่เชื่อเถอะ ตะเกียบไม้ทั้งหลายเป็นเครื่องใช้ที่สกปรกยิ่งกว่าชักโครกเป็นไหนๆ โดยเฉพาะตะเกียบในร้านอาหารที่ล้างแล้วนำมาใช้ใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุขยืนยัน ตรวจสอบพบว่าตะเกียบไม้ที่มีอายุการใช้งานเกินกว่าหนึ่งปีอุดมไปด้วยเชื้อราอันก่อให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย และเชื้อ อีโคไล

ถึงแม้บางร้านจะใช้ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้ง ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% เพราะหากความชื้นเข้าไปได้เชื้อราก็เติบโตได้อยู่ดี ยิ่งไปกว่านั้นนิสัยการใช้ตะเกียบในร้านชาบู ปิ้งย่าง อาหารยอดนิยมของคนสมัยนี้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเจอกับโรคร้ายแรงแบบที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว เพราะส่วนใหญ่เคยชินกับการใช้ตะเกียบคีบหมูดิบลงหม้อ และนำตะเกียบนั้น คีบอาหารเข้าปาก พฤติกรรมนี้อาจนำไปสู่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเชื้อโรค หรือพยาธิต่างๆ จะติดมากับตะเกียบ เปรียบเสมือนรับประทานเนื้อหมูดิบ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น พยาธิ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ รวมถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้



เหลือเชื่อ! 9 สิ่งของใกล้ตัวสกปรกกว่าชักโครก สุขภัณฑ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

13
จากที่ทาง Huawei ประกาศเปิดตัว Mate 10 ที่มาพร้องกับ Anroid Oreo ครั้งแรกในช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยระบบปฏิบัติการของทาง Huawei นั้น จะครอบด้วย EMUI 8.0 อีกทีมีการปรับปรุ่งอินเทอร์เฟซใหม่ รวมถึงระบบประมวลผลของแรมที่มีการทำงานรวมกับระบบ AI ล่าสุดทางสื่อต่างประเทศได้เผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสมาร์ทโฟนของทาง Huawei และแบรนด์ในเครือที่จะได้รับการอัปเดตทั้งหมด 7 รุ่น โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

Huawei Android Oreo

รายชื่อสมาร์ทโฟนที่จะได้รับการอัปเดต Android Oreo

–Huawei Mate 8

–Huawei P9

–Huawei P9 Plus

–Honor 8

–Honor V8

–Honor Note 8

–Honor 6

ซึ่งในขณะนี้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่ประเทศจีนได้รับการอัปเดต Android Oreo เวอร์ชั่น Beta ตอนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดจะเริ่มปล่อยให้อัปเดตในประเทศอื่นๆ ในเร็วๆนี้



Huawei ประกาศปล่อยตัวอัปเดต Android Oreo ให้กับสมาร์ทโฟนประจำค่ายทั้งหมด 7 รุ่น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

14
อาหารหมา วิถีแห่งโภชนาการที่เหมาะสำหรับสุนัขที่ป่วยเป็นโรคไต   สาเหตุของไตวายในสุนัขมีได้หลายสาเหตุ หากจะแบ่งสาเหตุใหญ่ๆ ออกได้เป็น 3 สาเหตุหลัก คือ สาเหตุจากการที่เลือดไหลมาเลี้ยงไตลดลง ภาวะช๊อก ความล้มเหลวของการไหลเวียนโลหิต หรือการเสียเลือด เรียกว่า Pre-renal function สาเหตุที่สองเกิดจากความผิดปกติที่ตัวของไตเองทำให้สูญเสียหน้าที่การทำงานไป เรียกว่า Renal function และสุดท้ายเกิดจากการอุดตันการไหลเวียนของระบบปัสสาวะส่วนท้าย เรียกว่า Post-renal Function

เมื่อไตสูญเสียการทำหน้าที่ สิ่งที่ตามมาก็คือ มีการสะสมของของเสียในร่างกาย ทำให้น้องหมาแสดงอาการต่างๆ ออกมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ซึม ไม่กินอาหาร เยื่อเมือกซีด มีแผลในช่องปาก มีกลิ่นปากรุนแรง กินน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อุจจาระออกมามีสีดำหรือเป็นเลือดสด ฯลฯ ไตซึ่งมีหน้าที่ควบคุมสมดุลกรด-เบสและรักษาสมดุลแร่ธาตุต่างๆ ในร่างกาย ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้ร่างกายสูญเสียสมดุลของแร่ธาตุต่างๆ และเกิดภาวะความเป็นกรดขึ้นในร่างกาย (Metabolic acidosis) ได้ นอกจากนี้ไตยังสูญเสียหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนบางอย่าง ทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง และการควบคุมความดันโลหิตผิดปกติไปด้วย

ในการรักษาคุณหมอจำเป็นต้องปรับสภาพสุนัขที่ป่วย ด้วยการให้สารน้ำ (น้ำเกลือ) โดยมุ่งเน้นในการแก้ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) และช่วยในการขับของเสียออกมาจากร่างกาย โดยการรักษาจะเป็นไปในแบบการประคับประคองอาการ เพื่อให้สัตว์ได้ปรับสภาพจนกว่าของเสียในร่างกายจะลดลง ร่างกายสามารถกลับมาอยู่ในภาวะสมดุลตามเดิม และสุนัขกลับมามีอาการดีขึ้น

อาหารเข้ามามีบทบาทกับโรคไตวายเรื้อรังในสุนัขได้อย่างไร

การปรับอาหารสำหรับสุนัขที่ป่วยถือว่ามีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคไตวายแบบเรื้อรังเป็นอย่างมาก เพราะโรคนี้เป็นแล้วรักษาไม่หาย มีแต่จะแย่ลงไปเรื่อยๆ อาหารสำหรับโรคไตวายจึงมีส่วนช่วยในการชะลอการดำเนินไปของโรค มีส่วนช่วยยืดอายุของสุนัขที่ป่วย ช่วยลดของเสียในร่างกาย ช่วยให้ไตทำงานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ควบคุมไม่ให้สุนัขที่ป่วย แสดงอาการรุนแรงมากขึ้นตามมา และที่สำคัญคือ อาหารยังเป็นแหล่งพลังงาน สารอาหาร วิตามิน และแร่ธาติต่างๆ ให้กับสุนัขป่วยได้ใช้ในการดำรงชีวิต เพื่อต่อสู่กับโรคได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

ต้องขอขอบคุณคุณหมอ Mark L. Morris ที่ได้นำเอาศาสตร์ทางด้านโภชนาการเข้ามาจัดการกับสัตว์ป่วยโรคไตวายเรื้อรังตั้งแต่ ค.ศ. 1943 โดยทดลองใช้กับสุนัขนำทางชายตาบอดที่ชื่อ Buddy ซึ่งป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังเป็นรายแรกของโลก นับตั้งแต่นั้นมาอาหารจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการรักษาโรคในสุนัข ปัจจุบันมีอาหารสำหรับสุนัขป่วยโรคไตวายออกมาหลายรูปแบบ หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็มุ่งเน้นในทางเดียวกัน คือ การจำกัดปริมาณโปรตีนและฟอสฟอรัส เสริมวิตามินและแร่ธาตุที่ขาด รวมถึงเสริมสารอาหารที่ช่วยให้การทำงานของไตดีขึ้น ซึ่งอาหารสำหรับสุนัขที่ป่วยด้วยโรคไตวายควรมีลักษณะดังนี้ครับ

1 อาหารโรคไตวายควรมีระดับโปรตีนต่ำ เพื่อลดของเสียจากไนโตรเจน (nitrogenous wastes product) ที่จะสะสมในร่างกาย โดยการลดปริมาณของกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นลง เนื่องจากร่างกายสามารถสังเคราะได้เองอยู่แล้ว โดยทั่วไปสุนัขมีความต้องการโปรตีนวันละ 1.33 กรัม/กก. แหล่งของโปรตีนที่ดีสำหรับโรคไตวาย คือ ไข่ขาว เนื้อปลาน้ำจืด และเนื้อบดติดมันมากกว่า 1 ใน 4 ส่วน
2 อาหารโรคไตวายควรมีระดับฟอสฟอรัสต่ำ เพราะสุนัขที่เป็นโรคจะมีฟอสฟอรัสในกระแสเลือดปริมาณสูง (hyperphosphatemia) นอกจากการลดระดับฟอสฟอรัสในอาหารแล้ว เราอาจใช้วิธีเสริมตัวจับฟอสฟอรัสในลำไส้ เพื่อลดการดูดซึมฟอสฟอรัสเข้าสู่ร่างกายอีกทางหนึ่งร่วมด้วยก็ได้

3 อาหารโรคไตวายควรมีระดับโซเดียมที่ต่ำ อย่างที่เราเคยได้ยินมาว่า “เป็นโรคไต ไม่ควรกินเค็ม” นั่นแระ ปกติร่างกายต้องการโซเดียม 0.3-1.5 กรัมของโซเดียม/1000 กิโลแคลอรี่ ปริมาณเท่านี้ไม่ส่งผลต่อการทำงานของไตในสุนัข การกินอาหารที่มีโซเดียมต่ำยังเหมาะกับรายที่มีความดันโลหิตสูงอยู่แล้วด้วย


อาหารหมา เข้ามามีบทบาทกับโรคไตวายเรื้อรังในสุนัขได้อย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/อาหารหมา/

หน้า: [1]